ต้นกำเนิดกาแฟ และ 10 สายพันธุ์ ที่คุณควรรู้

ต้นกำเนิดกาแฟ และ 10 สายพันธุ์ ที่คุณควรรู้

สายพันธุ์กาแฟ

ต้นกาแฟชุดแรกนำไปเพาะปลูกมีต้นกำเนิดจากเอธิโอเปีย ซึ่งกาแฟสายพันธุ์ทิปปิก้า(Typica) นี้ยังคงปลูกกันอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน กาแฟยังมีอยู่อีกหลากหลายสายพันธุ์ซึ่งบางสายพันธุ์ก็เกิดขึ้นเองจากการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติ ในขณะที่อีกหลายสายพันธุ์เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ กาแฟบางสายพันธุ์มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ในขณะ ที่บางสายพันธุ์นั้น บ่มรสชาติของมันเองตามธรรมชาติรอบๆตัวมัน วิธีการปลูก และ วิธีการแปรรูปหลังเก็บเกียว

สายพันธุ์และพันธุ์กาแฟ

          เรามักงงกับคำว่า "สายพันธุ์" (Variety) และ "พันธุ์" (Varietal) ซึ่งคำว่าสายพันธุ์นั้นคือความหลากหลายของพันธุ์กรรมของกาแฟตะกูลนั้นหนึ่งในกรณีนี้ก็คือตระกูล Coffea Arabica หรืออาราบิก้า โดยความหลากหลายนี้อาจแยกออกมาในรูปแบบของโครงสร้างต้น ใบ หรือผล ที่ต่างกันไป คำว่า "Cutivar" ก็เป็นอีกคำที่ใช้กันโดยเป็นคำผสมมาจากคำว่า "Cultivated Variety" หรือสายพันธุ์ที่เพาะปลูก

           คำว่า "Varietal" หรือพันธุ์ควรใช้เมื่อต้องการพูดถึงกาแฟชนิดหนึ่งในสายพันธุ์ ยกตัวอย่างเช่นไร่กาแฟนี้ปลูกกาแฟ พันธุ์เบอร์บอน

 

        

1. TYPICA

        กาแฟนี้ถือเป็นสายพันธุ์ต้นทางที่สายพันธุ์กลายพันธุ์ออกไปหรือผสมข้ามสายพันธุ์ ชาวดัชเป็นคนกลุ่มแรกที่นำเอากาแฟไปปลูกทั่วโลกเพื่อการผลิตในเชิงพาณิชย์ และทิปปิก้าก็เป็นสายพันธุ์ที่พวกเขานำไปปลูก ผลกาแฟส่วนใหญ่จะมีสีแดงและมีศักยภาพด้านคุณภาพสูง แต่ก็มีข้อด้อยตรงที่ให้ผลผลิตน้อยเมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น ทิปปิก้าปลูกกันอย่างแพร่หลายในทุกมุมโลก ดังนั้นมันจึงมีชื่ออยู่หลายชื่อ เช่น Criollo, Sumatra, Arabigo

2. BOURBON

          เบอร์บอนเป็นสายพันธุ์ที่กลายพันธุ์ตามธรรมชาติมาจากสายพันธุ์ทิปปิก้า โดยกลายพันธุ์นี้อาจเกิดขึ้นที่เกาะรียูเนียน ซึ่งในสมัยนั้นยังเรียกว่า เกาะ เบอร์บอนอยู่ ผลผลิตของสายพันธุ์นี้สูงกว่าทิปปิก้าและอุตสาหกรรมกาแฟชนิดพิเศษเชื่อว่ามันมีความหวานที่เป็นเอกลักษณ์ จึงทำให้มันเป็ฯสายพันธุ์ที่คนยกย่องและมองหาเบอร์บอนมีสีผลหลากหลายสี ทั่ง สีแดง เหลือง ส้ม ในอดีตมีการปลูกเบอร์บอนกันอย่างแพร่หลาย ทว่าประเทศผู้ปลูกกาแฟ ได้นำเอาสายพันธุ์คือที่ให้ผลผลิตที่ดีกว่ามาปลูกแทน ซึ่งช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ ปลูกนั้นเป็นช่วงที่ตลาดยังไม่เติมโตและไม่สามารถทดแทนผลผลิตที่ต่ำด้วยราคาที่เป็นธรรมได้ ผู้ปลูกจึงหันไปปลูกสายพันธุ์อื่น ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า

3. MUNDO NOVO

มุนดู นูวู เป็ฯสายพันธุ์ที่เกิดจากการผสมกันเองตามธรรมชาติระหว่างสายพันธุ์ TYPICA และ BOURBON โดย สายพันธุ์นี้ตั้งชือตามเมืองในประเทศบราซิลที่มีการค้นพบสายพันธุ์ในยุคปี 1940s ลักษณ์เด่น ของมันคือ ใหผลผลิตสูง ทนทานต่อโรค และปลูกได้ดีบนความสูงเพียง 1000-1200 เมตร ซึ่งเป็นความสูงทั่วไปในประเทศ บราซิล

 4. CATURRA

        คาทูราถูกค้นพบในบราซิลในปี 1937 โดยเกิดจากการกลายพันธุ์ของเบอร์บอน คาทูราให้ผลผลิตค่อนข้างสูง แต่มันอาจให้ผลผลิตที่มากเกิน จนตัวต้นกาแฟไม่สามารถรองรับปริมาณผลกาแฟได้จนทำให้เกิดอาการตายจากยอด หรือ "Dieback" ได้ อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้สามารถเลี่ยงได้ด้วยการจัดการไร่กาแฟที่ดี กาแฟสายพันธุ์นี้ได้รับความนิยมอย่างมากที่ โคลอมเบียและอเมริกากลาง แต่มันก็ปลูกกันทั่วไปที่บราซิลเช่นกัน

5. CATUAI

คาทุยเป็นสายพันธุ์ที่เกิดจากการผสมกันระหว่าง สายพันธุ์คาทูรา และ มุนดุ นูวู สายพันธุ์ คาทุย เกิดขึ้นในยุค 1950s ถึง 1960s โดยเป็นผลงานของสถาบัน Instituto Agronomico do Campinas ในบราซิล คาทุยมีลักษณ์เด่น ของคาทูราซึ่งมีต้นเตี้ยและลักษณ์เด่นของมุนดู นูวูซึ่งมีผลผลิตสูงและแข็งแรง ซึ่งผลของคาทุยนั้นมีทั่งสีแดง และ เหลืองเหมือนสายพันธุ์คาทูรา

6. MARAGOGYPE

มาราโกกิบเป็น สายพันธุ์ที่กลายพันธุ์มาจากสายพันธุ์ ทิปปิก้า โดยถูกค้นพบครั้งแรกที่ประเทศบราซิล มาราโกกิบมีจุดเด่นที่เป็น ที่ต้องการคือ เมล็ดกาแฟใหญ่กว่าเมล็ดกาแฟ สายพันธุ์อื่นๆ ต้นกาแฟสายพันธุ์นี้ ยังมีใบที่ใหญ่กว่าปกติ แต่ทว่ามันให้ผลผลิตที่ต่ำ มันถูกเรียกอีกชื่อว่า "กาแฟช้าง" หรือ เมล็ดช้าง เพราะผลที่ค่อนข้างใหญ่นั้นเอง

7. SL - 28

สายพันธุ์นี้ถูกพัฒนาขึ้นในเคนย่าโดย Scott Labora-tories ในช่วงยุด 1930s โดยคัดสรรมาจากสายพันธุ์จาก แทนซาเนียที่ทนต่อความแล้ง ผลกาแฟจะมีสีแดงเมื่อสุก และมีเมล็ดกาแฟที่ขนาดใหญ่กว่าปกติ SL-28 สามารถให้ผลผลิตที่มีรสผลไม้อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งมักจะมีรสคล้าย แบบล็คเคอเรนท์ SL-28 ค่อนข้างอ่อนไหวต่อโรคราสนิมและจะปลูกได้ที่ในที่สูง

8. SL-34

สายพันธุ์นี้ถูกคิดคัดมาจากสายพันธุ์เฟรนช์มิชชั่นเบอร์บอนซึ่งเป็นสายพันธุ์จากเกาะเบอร์บอน ที่ถูกนำไปปลูกที่แอฟริกา โดยค้นพบ ที่ แทนซาเนียเป็นครั้งแรก ก่อนจะกระจายไปสู่เคนย่าในเวลาต่อมา SL-34 สามารถให้ผลผลิตที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ แต่ปกติแล้ว Sl-34 จะมีคุณสมบัติของกาแฟในแก้วที่ด้อยกว่า SL-28 และอ่อนไหวต่อโรคราสนิม เช่นกัน

9.GESHA OR GEISHA

แม้จะยังมีการถกเถียงกันไม่จบว่าชื่อ ที่ถูกต้องของกาแฟสายพันธุ์นี้คืออะไร แต่ชื่อที่มักใช้เป็นประจำก็คือ "เกอิชา" เกชา เป็นชื่อของเมืองเมืองหนึ่งในทางตะวันตกของเอธิโอเปีย และแม้ว่ากาแฟ สายพันธุ์นี้จะถูกนำออกจากคอสตาริกาเข้าไปปลูกที่ปานามา แต่เชื่อกันว่ากาแฟ สายพันธุ์นี้แท้จริงแล้วมาจากเอธิโอเปีย เกอิชานำเป็น สายพันธุ์ที่สามารถให้ผลผลิตอันหอมหวาน ซึ่งเป็นอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นสำหรับ เกอิชา ก็ทำให้ราคาของมันพุ่งสูงขึ้นมากเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา

          เกอิชา ก้าวขึ้นมาเป็นกาแฟที่รับการนิยมมากตั้งแต่ปี 2004 ตอนที่ไร่กาแฟ Hacienda La Esmeralda ในปานามาเข้ามร่วมการแข่งขัน ด้วย เกอิชา ของพวกเขา ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่คนไม่คุ้นเคย มันจึงสามารถทำราคาในการประมูลได้ถึง $21 ต่อปอนด์ ซึ่งสถิติราคานี้ถูกทำลายในปี 2006 และ อีกครั้งในปี 2007 และพุ่งขึ้นถึง $130 ต่อปอนด์เลยทีเดียว ซึ่งสูงกว่าราคากาแฟปกติกว่า 100 เท่า และนี่ก็กระตุ้นให้ผู้ปลูกกาแฟในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ หันมาปลูกกาแฟสายพันธุ์นี้กัน

10.PACAMARA

พาคามาร่าเป็นการผสมกันระหว่าง มาราโกกิบ โดยผสมขึ้นที่เอลซัลวาดอร์ในปี 1958 ลักษณะ คล้าย มาราโกกิบที่มีใบ ผลสุกสีแดง และเมล็ดขนาดใหญ่ พาคามาร่ามีลักษณ์รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสามารถมีรส ช็อกโกแลตและ ผลไม้ ทว่ามันอาจจะมีรสสมุนไฟร และหัวหอมที่ไม่เป็นที่ต้องการด้วย

ขอขอบคุณ 
ผู้เขียน :  James Hoffman
แปลและเรียบเรียงโดย : Doppio21
จัดทำโดย : NBWThailand
แหล่งที่มา : The World Atlas of Coffee
รูปภาพประกอบ : google
 

Previous article Cupping : 5 กุญแจสำคัญในการก้าวสู่ นักชิมกาแฟ มืออาชีพ
Next article ทำความรู้จัก TDS ในโลกกาแฟ